รีพอร์ตไปเที่ยวญี่ปุ่นค่า
posted on 08 Nov 2006 01:19 by tanukiอืม จะเริ่มเล่าจากอะไรดี
เริ่มจากว่าเราไปเที่ยวครั้งนี้แบบเบลอๆมากๆ เพราะทั้งหมดมันเริ่มจากการที่เราเคยคุยกับเจนไว้ว่าปิดเทอมนี้(ต.ค.)ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเองนะ แต่ปรากฏว่าไปๆมาๆเจนไม่ว่างเพราะต้องไปจีน แล้วเราก็เคยคุยกับระเรื่องที่อยากไปโอนลี่อีเว้นท์ของไก(29ต.ค.ที่ผ่านมา) แล้วอาทิตย์ก่อนนั้น(22ต.ค.)ก็มีโอนลี่ฟาฟเนอร์ครั้งสุดท้าย
ไปๆมาๆก็เลยมาลองขอพ่อ ปรากฏว่าได้ไปทั้งคู่อีก(กร้าก จริงๆเหมือนเรามัดมือชกบังคับให้พ่อแม่ระอนุญาตไงไม่รุ แบบว่าจองโรงแรมตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย)
เอาเป็นว่าสรุปว่าได้ไปกันสองคนแบบเบลอๆทั้งคู่ทั้งหมดสิบคืน ตั้งแต่วันที่20-30ต.ค.
เล่าแต่วันที่ทำอะไรมากๆละกันนะ เพราะอยู่แต่ในโตเกียวน่ะ
วันที่20
ออกเดินทาง ทั้งๆที่ไหว้พระก่อนออกแล้วว่าอย่าให้มีปัญหา ก็มีปัญหาเลยค่ะ เราลืมยาที่ใช้ทาตรงคอที่มันเป็นแผลอยู่ แล้วไปตั้งอาทิตย์กว่าๆ ตอนแรกก็ว่าจะตัดใจแล้วแต่สุดท้ายก็ให้พ่อวิ่งกลับไปเอาให้ที่บ้าน(พอดีบ้านใกล้สนามบิน) ขอบคุณค่ะคุณพ่อ.....
แล้วก็วิ่งหูตูบไปขึ้นเครื่องบิน เพราะกว่าพ่อจะเอามาให้เค้าก็ประกาศให้เตรียมขึ้นเครื่องได้แล้ว แบบว่าเครื่องออก11.20ตอนวิ่งไปกว่าจะผ่านตรวจอะไรทั้งหลายแหล่ไปถึงที่ขึ้นเครื่องก็สิบเอ็ดกว่าแล้ว หอบแฮ่ก ทางยาวโคดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด (ยาวหาอะไรไม่รู้ขายแต่ของ สาดดดดดดด)
พอนั่งเครื่องไปเกือบถึงนาริตะ กัปตันก็ไม่ยอมเอาเครื่องลงบินวนอยู่ตั้งสองรอบ กว่าจะลงก็เลทไปประมาณสิบนาที รอกระเป๋าอีก นั่งรถไฟเข้าเมือง กว่าจะไปถึงโตเกียวตอนนั้นห้าทุ่มกว่าที่โน่นแล้วมั้ง แล้วสองคนก็ลากกระเป๋าหาทางออกจากสถานีไปโรงแรม นึกว่าจะตายแล้ว กว่าจะได้เขาโรงแรมก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่าแล้วมั้ง
โรงแรมที่ไปพักตอนแรกอยู่แถวคาบุกิโจว โฮสต์เต็มเลย กร้ากกกกกกก
มีโดนเรียกด้วย แต่พอเค้าเห็นเป็นคนต่างชาติเค้าก็หนีไปเลยอ่ะ กร้าก เศร้า
วันที่21
ไม่มีอะไร ออกไปซื้อของเตรียมตัวไปอีเว้นท์ฟาฟเนอร์กับพวกชามไว้กินมาม่า
วันที่22
ตื่นแต่เช้า เตรียมตัวไปอีเว้นท์ฟาฟเนอร์
ออกจากโรงแรมตั้งแต่เก้าโมงได้ เพราะว่าต้องไปรอเข้าแถวที่หน้างาน จะได้เข้างานเร็วๆ ตอนที่ไปถึงที่จัดอีเว้นท์ ทั้งๆที่เพิ่งสิบโมงเองแต่มีคนไปถึงแล้วพอสมควรเลย เรากับระก็ซื้อแพมเฟรตได้เบอร์38/39แล้วก็ไปเข้าแถวรอ แบบว่าเราว่าสตาฟเค้าจัดงานดีมากเลยล่ะ แล้วคนที่ไปก็เป็นคนที่ชอบฟาฟเนอร์กันมากๆทุกคนแน่ๆ ทุกคนเข้าแถวเป็นระเบียบมากๆ
พอดีวันนั้นที่ตึกนั้นมีจัดอีเว้นท์อย่างอื่นด้วย แถมยังมี................
โอนลี่อีเว้นท์ไซบอร์ก009ด้วยยยยยยยยยย =[]=!!!!!!!!
แทบจะพุ่งไปเปลี่ยนแถวยืน(555)
พอสิบเอ็ดโมงเริ่มอีเว้นท์เค้าก็เริ่มปล่อยให้คนเข้างานตามบัตรคิวที่แจกไว้ พอดีมาเร็วเลยได้เข้าเป็นกลุ่มแรก
เข้าไปก็.....
ระซื้อแหลกเลย กร้ากเผาเพื่อน เราก็ซื้อบ้างไปฝากน้อง เป็นโอนลี่ที่ดีเลยล่ะคนไม่เยอะมาก กะลังพอดีกับขนาดห้องแล้วทุกคนก็เป็นระเบียบมากๆ เวลาซื้อก็เข้าแถวเรียบร้อย จะซื้ออะไรก็เลยไม่ลำบากไม่ต้องรอนาน
ได้ขอสึเกะบุจากเซอร์เคิ่ลที่ซื้อโดเค้าด้วย วาดกันเก่งมากๆเลยล่ะ แบบว่าตอนขอก็ขอโซชิ แต่พอพูดไป(ด้วยสำเนียงไทย)เจ้าของเซอร์เคิลเค้างงล่ะ แอบอายมากแล้วระก็บอกว่าต้องออกเสียงว่า โซ่ฉิ แบบว่าลากโซยาวๆแล้วเสียงชอเค้าไม่ได้ออกเป็นตัว ช ช้างแบบเราน่ะ เลยพูดใหม่ กร้าก มันมาก ขอมาสามเซอร์เคิลเป็นโซชิหมดเลย 555
ในงานเค้ามีเกมชิลแรลลี่ด้วยล่ะ(สะสมสติ้กเกอร์ที่ได้จากเซอร์เคิลมาแปะใบ) เอาไว้แลกของ ต้องขอบคุณระมากที่แบ่งสติ้กเกอร์ให้ เลยได้ทั้งสแตรปแล้วก็ผ้าขนหนูกลับมาเป็นที่ระลึกเลย
แอบโชคดีมากที่รีบไปแลกเพระว่าพอเราแลกไปได้พักนึงก็ของหมดแล้วล่ะ(คนนึงมันแลกกี่แผ่นก็ได้ถ้าเก็บครบน่ะ)
แอบสงสารก็พวกเซอร์เคิลเพราะต้องนั่งเฝ้าบางคนกำลังแกะสติ้กเกอร์แปะอยู่เลย เค้าประกาศออกไมค์ว่า"ของหมดแล้วค่ะ" น่าสงสารมากๆ
แล้วบ่ายกว่าๆก็เลยขึ้นไปงานไซบอร์ก ซื้อแพมเฟรตแล้วเค้าก็แจกแฟ้มให้ด้วยเป็นที่ระลึก
เข้าไปอิฉันก็เหมาเลยค่ะ(กร้าก) แบบว่างานดูคนไม่เยอะเท่าฟาฟเนอร์แต่ก็มีเซอร์เคิลเยอะพอสมควรเลยล่ะ เราซื้อมาประมาณสามสี่เซอร์เคิล แล้วก็ได้สมุดฉีกรูปเจ็ทมาด้วย แต่ไม่ได้ซื้อของเซอร์เคิลนั้นหรอก พอดีเดินผ่านแล้วเห็นก็มองๆ เค้าก็ยื่นให้เลยบอกว่าแจกฟรี(สุดยอดดดดดดดดด)
ได้ขอสึเกะบุมาเซอร์เคิลนึงด้วย เป็นรูปน้องโจจ้า
งานอีเว้นท์ที่โน่นเค้าจะเลิกตอนสามโมงเหมือนกันหมด แต่ของฟาฟเนอร์ตอนหลังใกล้เลิกงานเค้ามีเล่นเกมบิงโกกัน เป็นบิงโกแบบเลือกเอาคำพูดของทุกคนในเรื่องมาใส่ลงในช่อง แล้วตอนจับเค้าก็ให้คนในงานจับออกมา โดยที่คำพูดนั้นจะติดอยู่ที่ขนมน่ะ สนุกมากๆเลย คำพูดที่เลือกมาแต่ละคำก็สุดยอด เราไม่ได้เล่นหรอก แต่ตอนหลังคำพูดเหลือเลยไปจับกับเค้าด้วยได้คำพูดของโซชิพอดีเลย(กรี้ด ดีใจ) เป็นอันที่พูดตอนที่คาสึกิไปที่ยวห้องที่อัลวิสแล้วบอกว่า "จากห้องชั้นไปสิบเอ็ดก้าวจะมีเครื่องขายของอัตโนมัติอยู่" ขำมากๆๆ ปัจจุบันยังทิ้งไว้บนโต๊ะกินข้าว ไม่กล้ากิน กรี้ดเสียดายอ่ะ...
งานฟาฟเนอร์เลิกประมาณสามโมงแต่ทุกคนก็ยังอยู่ต่อ พอดีทางสตาฟเค้าจัดแบบสบายๆเลยไม่ได้รีบไล่คนลงไป ได้เจอเพื่อนระด้วย น่ารักมากๆเลย ตอนท้ายๆงานเลย เค้าก็มีแจกโปสเตอร์ของงานที่เป็นรูปโปรโมทงานให้ทุกคนคนละแผ่น แล้วก็มีรูปใหญ่ที่มีแผ่นเดียวเลยต้องยิ้งฉุบแย่งกัน แต่พลาดทั้งคู่เลยอดไปตามระเบียบ(โทษทีน้าระ)
เสร็จแล้วก็กลับโรงแรม อยากจะบอกว่ากลัมาถึงโรงแรมแล้วมีเรื่องสุดยอดเกิดขึ้นล่ะ....
เค้าเรียกว่าอะไรนะ ซูเปอร์อะไรซักอย่างรึเปล่า จำไม่ได้แล้ว แต่สวยมากๆเลยล่ะ
อันนี้ของอีกเซอร์เคิล ตอนแรกที่เห็นตกใจมาก(ถึงกับนั่งตักกันทีเดียวเชียว=[]=") แล้วก็ถ่ายมา
อันนี้พอดีขึ้นไปงานไซบอร์กแล้วกลับลงมาเค้าเพิ่งเปลี่ยนท่าพอดี พอจะถ่ายเค้าก็จำได้แล้วหัวเราะใหญ่เลย ประมาณว่ามาได้เวลาพอดีมากๆ
อันนี้เป็นกระดาษให้คนมางานอีเว้นท์วาดรูป แอบไปวาดเนียนไว้ด้วย กรี้ด ถึงกะแอบเขียนว่าจากไทย
อันนี้เป็นของที่งานไซบอร์ก สวยมากกกกกกกกกกกกก สวยมากๆเลยล่ะ ตอนจะถ่ายเค้ากำลังจะเก็บพอดี ใจดีมากๆ ยอมให้เราถ่ายก่อน
อันนี้เป็นแบบตอนใกล้เลิกงานแล้ว นมาวาดกันเต็มเลย ตลกมาก มีแต่คนเขียนว่าเงินหมดกระเป๋าทั้งนั้นเลยล่ะ
กลับมาเรื่องโรงแรม ที่เราไปเทียวครั้งนี้เราให้บริษัทที่เพื่อนพ่อรู้จักเค้าจัดการให้
ไอ้ตั๋วน่ะก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่โรงแรมน่ะสิ คือตอนแรกโรงแรมที่เค้าส่งข้อมูลมาให้เป็นอีกโรงแรม(ขอเรียกโรงแรม อ แต่ตอนหลังเค้าบอกว่าให้เราพักโรงแรมที่พักอยู่ตอนนี้(ขอเรียกโรงแรม ช) แต่ตอนที่เราไปขอวีซ่า ชื่อโรงแรมกับที่อยู่มันไม่ตรงกัน เราก็สงสัยโทรถามเค้าจนเรียบร้อยเค้าก็บอกว่าให้พักที่โรงแรม ช ก็อ่ะ เช็กอินด้วยพาสปอร์ต แต่เราไม่ชัวร์เลยปริ้นท์ใบข้อมูลที่เค้าส่งมาให้เราด้วยไปอีกใบเผื่อไว้
ไอ้ตอนไปถึงวันแรกก็เอาใบให้เค้า เค้าก็ดูงงๆแต่ก็เปิดห้องให้ แถมตอนนั้นก็เกือยเที่ยงคืนแถมลากกระเป๋าจากสถานีชินจูกุมาโรวแรมโคตรไกล เลยไม่ได้สนใจ
แต่ปรากฏว่าหลังจากกลับจากอีเว้นท์ฟาฟเนอร์ ที่ห้องตรงโทรศัพท์ก็มีไฟขึ้นบอกว่าให้ติดต่อฟร้อนท์ ก็อ่ะ แอบใจแป้วนิดๆเรื่องที่กังวลแต่ก็คิดว่างไม่ใช่มั้ง ก็ลงไปคุยกะเค้า ปรากฏว่าเค้าบอกว่า ไม่มชื่อเราอยู่ในรายชื่อคนที่จองห้องกับเค้า แต่เค้าบอกว่าวันที่มาน่ะ เรามีใบเค้าเลยเปิดห้องให้(อีบ้าเอ้ย ไม่รู้จะด่าหรือขอบคุณดี) ไอ้เราก็แทบกรี้ดเลย รีบโทรหาคนที่ให้เค้าจัดการเรื่องให้ คุยไปๆมา ตกลงว่าไอ้คนที่จองโรงแรมน่ะ ดันไปจองโรงแรม อ แต่พี่ที่เค้าคุยกะเราเค้าจะให้เราพักโรงแรม ช กร้าก แทบบ้า คืนนั้นนั่งเครียดกับระกันสองคน แบบว่า ไอ้เปลี่ยนโรงแรมน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้ค่าอยู่ที่อยู่มาสามคืนนี่สิ
ตอนแรกที่คุยเกือบต้องออกไปเองก่อนแล้ว(ถ้าออกก่อนแลวอีกสิบกว่าวันที่เหลือจะเอาอะไรกินวะ) แต่ตกลงว่าเค้าจัดการให้ได้เรียบร้อย ไม่ต้องจ่ายตังค์ก่อน(โชคดีมากๆ)
แล้วก็เผ่นจากโรงแรมเลย
ก็เลยสรุปว่า
วันที่23
ไม่ได้ไปไหนเพราะว่าย้ายโรงแรม แถมฝนตก ตอนแรกว่าจะไปดิสนี่เลยอดซะงั้น ก็เลยไปเดินที่อิเคะแทน ตอนเดินอยู่ที่ห้างก็ไปเห็นป้ายโฆษณางานนิทรรศการซากุระไทเซ็น แถมวันนั้นเค้าจัดเป็นวันสุดท้ายที่ห้างนั้น แล้วเค้าจะเปลี่ยนปจัดที่จังหวัดอื่นแล้ว ก็เลยไปดูกัน แบบว่าสุดยอดดดดดดด
เราไม่ได้เนเกมนี้ ดูแต่อนิเมน่ะนะ แต่ดูแล้วก็สุดยอด ชอบไอ้ที่ให้นักาพกย์มาเล่นละครเนี่ยล่ะ สุดยอดจริงๆ แต่ละคนที่เลือกมาก็เสียงดีอยู่แล้ว ร้องเพลงกันสบายๆ ในงานมีรูปต้นฉบับที่อ.ฟุจิชิมะวาดพวกรูปของเกมนี้ไว้อย่างเยอะ ทั้งภาพสีต้นฉบับ ภาพร่างต้นฉบับก่อนลงสี ต้นฉบับการ์ตูน แต่เค้าห้ามถ่ายรูปน่ะนะ
คืนนั้นก็โทรหาเรฟิลเพราะนัดกันจะไปงานไกด้วยกัน
ป้ายหน้างานจ้า
วันที่24
ฝนตกอีกแล้ว เลยอดไปดิสนี่อีกเช่นเคย เลยไปดูพิพิธภัณฑ์ที่อุเอะโนะแทน พอดีวันที่ไปเค้ามีจัดนิทรรศการพระพุทธรูปของญี่ปุ่นพอดี ก็เลยได้ดูไปด้วยเลย ชอบพวกของอย่างงี้แฮะ อืม....ว่าไงดีบ่ะ มันสวยมากๆเลยล่ะ แล้วมันก็เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชาติเลยนะ คือพระพุทธรูปของทางอินเดีย ก็จะไม่เหมือนของจีนหรือญี่ปุ่น ของไทยก็จะเป็นแบบไทย ทั้งๆที่เป็นพระพุทธเจ้าคนเดียวกันแท้ๆน่ะ มันเป็นอะไรที่เฉพาะตัวแล้วก็พัฒนามาเป็นแบบฉบับของตัวเองน่ะ
แล้วของญี่ปุ่นน่ะ เป็นไม้ทั้งนั้นเลยล่ะ สภาพก็ยังค่อนข้างดี คงเป็นเพราะอากาศ ส่วนของบ้านเราจะเป็นพวกหินมากกว่าที่ยังเหลืออยู่ คงเพราะนิยมหินกันมากกว่าแถมตอนโดนยึดอยุธยาก็คงโดนเผาไปซะเยอะน่ะ นอกเรื่องๆ
แล้วก็เดินดูทั้งหมดสามหลัง กว้างมากๆ แล้วก็ของที่แสดงก็สวยๆทั้งนั้นเลย รู้สึกเค้าจะหมุนเวียนของด้วย คือของบางอย่างเค้าจะเปลี่ยนเอาของใหม่เข้ามวางแทนน่ะ อืมๆ
อันนี้ไม่ได้อยู่ในนิทรรศการพระพุทธรูปแล้วล่ะ จริงๆเค้าห้ามถ่ายอันนี้ด้วยแต่เราไม่เห็นป้าย(กร้าก) ถ่ายไปแล้วพี่เค้าเพิ่งเดินมาบอกว่าห้ามถ่าย ขอโทษค่ะ
แล้ววันนั้นอาการปวดหลังกะเจ็บเท้าก็เริ่มออกอาการมากๆ คงเพราะอยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้เดินมากขนาดนั้น (แสดงถึงความอ้วนอืด)
วันที่25
ตื่นเช้ามาเจ็บเท้ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เน้นง่ามากจริงๆ เราเคยเจ็บแบบนี้มาทีแล้ว ขนาดต้องไปหาหมอ(แต่ตอนนั้นอยู่ต่างแดน หมอไม่มี กรี้ด) คือเราเป็นพวกมีปัญหาที่เท้าน่ะ เหมือนจะเกี่ยวกับท่าเดินมั้ง โดยเฉพาะเท้าขวา ถ้าเดินมากๆเท้ามันจะรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วเอ็นร้อยหวายที่อยู่ข้างหลังตรงข้อเท้าจะเจ็บ(อักเสบนั่นเอง) ก็เลยไม่ได้ไปไหนแบบจริงๆจังมากๆ
ตอนเช้าตื่นมาแทบดินไม่ได้เลย ต้องมาออกหำลังท่าที่มันคลายเส้นแล้วกระดืบออกไปซื้อรองเท้าส้นสูงมาใส่แทน (ถ้าใส่รองเท้าส้นสูงมันจะช่วยรับเท้าไม่ให้น้ำหนัถ่ายไปที่ส้นเท้าน่ะ) ก็เลยได้รองเท้ามานึงแล้วก็กระดืบกลับโรงแรม
วันที่26
พลังรองเท้าส้นสูงเจ๋งมาก ใส่วันเดียวเท้าเกือบหายเจ็บแน่ะ ตื่นมาเท้าเหลือแค่อาการตึงๆ แมอากาศดี เลยแรดไปดิสนี่ซีย์ซะเลย แถมใส่ส้นสูงไปด้วยอีกตะหาก เพราะยังไม่วางใจอาการ
ดิสนี่ซีสวยมากๆ แบบว่าเหมาะสำหนับถ่ายรูปล่ะ เพราะเครื่องเล่นเค้าไม่เยอะ ตอนแรกก็เลือกอยู่ว่าแลนด์หรือซีย์ดีเพราะอยากไปทั้งสองที่แต่ดีแล้วล่ะที่ไปซีย์เพราะแค่ซีย์ก็เดินกันขาลากแล้ว(แถมขาเจ็บด้วย) ตอนที่ไปก็โชคดี คือมันเป็นช่วงครบรอบ5ปีดิสนี่ซีย์พอดีเลยล่ะ ไปทางไหนก็มีแต่ป้ายครบรอบห้าปี แถมมีของที่ระลึกห้าปีขายเฉพาะที่นี่ด้วย ได้ไปเล่นเกมโยนลูกบอลด้วย เลยได้มิ้กกี้กลับบ้านมาตัวนึงด้วย(น้องยึดไปแหล่ว....)
สนุกดี ไม่ได้เล่นเครื่องเล่นเลย กลัว...แต่ไปดูพวกโชว์แทน โชว์สวยมากๆเลยล่ะ เห็นแล้วแอบอายไอ้ม่านน้ำที่ไทยทำเวลามีงานฉลองไปเลย(แบบว่าประมาณฝุ่นของดิสนี่= =")
ทางเข้าตรงส่วนของซีย์ มีป้ายห้าปีด้วย
แอบแปะๆ 
อันนี้ตอนจบโชว์ โชว์อันนี้สนุกมากๆเลยล่ะ ตลกมากๆเลย แต่ถ่ายรูปไม่ค่อยทัน กร้าก
อันนี้เป็นโชว์อีกอันเป็นโชว์หลางน้ำ สุดอลังการ มิกกี้น่ารักมากๆ เล่นกันบนเรือน่ะ เรือเจ๋งมากๆๆๆๆๆๆๆ
อันนี้ตอนเดินผ่านเป็นแถวที่เค้าเล่นดนตรีแล้วอยู่ๆพลูโตก็โผล่มาจากไหนไม่รู้มาคล้องแขนเราเต้นเฉยเลย ตลกมากๆๆๆๆๆๆ เลยจะตามไปถ่ายรูปด้วยแต่คนเยอะเลยแอบถ่ายน้องเค้ามาแทน ฮี่ๆ(ลูกใครวะ)
อันนี้ขอให้คนญี่ปุ่นเค้าถ่ายให้ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ...
น่ารักมากๆ มิกกี้กับมินนี่ โชคดีที่ถ่ายออกมาชัด
อันนี้เป็นโชว์สุดท้าย อลังสุดๆเลยล่ะ มีจุดทั้งไฟ ทั้งดอกไม้ไฟ น้ำพุ แสง สี เสียง สุดยอดมากๆ ถึงกะร้อนวูบๆเลย
วันนั้นตอนเย็นๆเจ็บเท้ามากเลยล่ะ แต่เจ็บเพราะไม่ชินส้นสูงใส่ทั้งวันแล้วเท้ามันเทไปข้างหน้าเลยเจ็บแถวนิ้วมากๆ แล้วตอนกลับรถไฟดันสับรางนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วก็ไม่ได้นั่ง ตอนยืนนี่นึกง่าเท้าจะหลุดออกมาซธแล้วเจ็บสุดๆเลยล่ะ เจ็บจนเกือบร้องไห้บนรถไฟแล้วด้วยซ้ำ ขอบคุณระมากนะที่ยอมให้แลกรองเท้า ไม่งั้นตายแน่ๆเดินกลับโรงแรงแรมไม่ไหวแหง
วันที่27
ไปทัวร์อิเคะอีกรอบเพราะว่าต้องไปดูที่จัดอีเว้นท์ไกไว้ก่อน วันจริงจะได้ไม่หลง แล้วก็ทัวร์อิเคะนางาโน่ อากิ แบบว่าเป็นวันหมดตูดแห่งสัปดาห์เลยล่ะ ซื้อเยอะสุดๆ แถมเทลส์เทมเปสก็ออกเมื่อวานแถมออกโพรเทคมาด้วย ซื้อเรียบ หมดตรูดดดดด
วันที่28
ไปอนิเมทที่ชิบุย่าแล้วก็ไปเจอเพื่อนระที่เรียนอยู่ที่โน่น สนุกดีแต่ไม่ค่อยไดคุยด้วยเท่าไหร่ เพราะไม่รู้จะคุยอะไร ตอนเย็นก็โทรไปนัดเรฟิลไปงานไก
วันที่29
ตื่นแต่เช้าเลยออกจากโรงแรมเก้าโมงกว่า ไปถึงที่หน้างานสิบโมงกว่าๆแต่คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก(เน้นว่ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก) คือเราไปถึงสิบโมงกว่าแต่ไปถึงคนที่สองร้อยสี่สิบเอ็ด/สองของรอบเที่ยง(คือได้เข้างานตอนเที่ยง แต่งานเริ่มสิบเอ็ดนะ)
แบบว่าสุดตรีนนนนนนนนนนนนนนนนน ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนั้นจริงๆนะ ก็เข้าแถวๆ รอๆ แล้วเค้าก็เริ่มขายแพมเฟรตก่อนก็ซื้อเสร็จเค้าก็ไล่คนที่ยังไม่ถึงรอบให้ไปรอที่อื่น(คนเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆจริงๆ) ได้เข้างานตอนเที่ยงก็รีบไปต่อแถวเซอร์เคิลที่ชอบ(เค้าเป็นเฮดจัดงานนี้ด้วย) แต่ด้วยความที่ว่าสายเองอ่ะนะ เลยซื้อไม่ทัน ฮืออออ แบเหมือนฟ้าผ่าเลย คือยืนรออยู่จะถึงคิวเราอยู่แล้วอีกแค่สามคนสี่คนเอง เค้าก็ตะโกนบอกว่า"เซอร์เคิลสึกิจิมะหมดแล้วค่ะ" แทบจะกรี้ดดดดดดดด สรุปเลยเดินเบลอๆไม่ได้ซื้อตรงที่เป็นโซนเฮดจัดงานเลยซักกะเล่ม แอบเสียดายเหมือนกัน มีคนที่วาดสวยด้วย....
แล้วก็ไปไล่ซื้อของเซอร์เคิลที่มาร์คไว้ แต่คนเยอะมากๆ ขนาดกะไว้แค่ยี่สิบกว่าเซอร์เคิลยังซื้อไม่ทัน พอเที่ยงห้าสิบเค้าก็ไล่ลงมาเลยล่ะ เพราะว่าข้างล่างมีคนรอบต่อไปรอขึ้นมาอยู่(สุดยอดมากกกกกกกกก)
แทบร้องไห้เลยล่ะตอนโดนไล่ลงมา ก็เลยไปขอบัตรคิวใหม่ได้ขึ้นรอบสองโมง(งานเลิกสามโมง กร้าก)รอบเดียวกับเรฟิล(ขนาดเรฟิลมาเที่ยงนะ ต้องรอขึ้นรอบสองโมง คนเอยะมากๆจริงๆ)
สรุปว่าคนเยอะโคดดดดดดดดดดดด ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี เยอะจนแค่เดินซื้อเซอร์เคิลที่ตั้งใจก็แทบไม่ทันแล้ว เลยไม่ได้ดูเซอร์เคิลอื่นที่ไม่ได้มาร์คไว้เลย แอบเศร้าเล็กๆ
แต่มีเรื่องน่าดีใจก็คือ ข้นไปโซนคอสแล้วเจอพระเจ้าเรา กร้ากกกกกก
แบบว่าเป็นเลเยอร์คนที่เราสโตรคอยู่ทั้งสองคนเลย(เค้าเป็นเพื่อนกัน คอสด้วยกันตลอดเลย) แถมมีคนที่ชอบคนอื่นอยู่ด้วย เสียดายมีคนแต่งไกสมัยเด็กๆด้วยแต่เค้าไม่อยู่ข้างบนเลยอดถ่ายเลย(เค้าห้ามถ่ายรูปในงาน)
งานนี้ก็จัดได้ดีมากๆเลยล่ะ แพมเฟรตสุดยอดดดดดดดดดดดด(ให้แฟ้ม สมุดเควสชั่นแนร์ แล้วก็อิมเมจสแตรปไก) แถมแอนโธก็สุดยอด มีแต่คนที่ชอบมาวาดทั้งนั้นเลย วาดสวยทุกคน แถมสนุกทุกเรื่องด้วย มีคนวาดตอนไกเด็กๆเยอะมาก(แอบดีใจ กร้าก เพราะบานเซนเซย์ออกด้วย)
แต่เราว่าเพราะคนมันเยอะมากมั้ง สตาฟเค้าเลยเฮี้ยบมากๆเลยล่ะ แบบว่าตรงสุดๆ ข้อห้ามเป็นห้าม ตอนฟาฟเนอร์จะค่อนข้างเป็นกันเองมากกว่า อันนั้นจะสบายสนุกๆ อันนี้แข่งกะเวลามากๆเลย
แต่นะ แค่ได้ไปก็มีความสุขแล้ว ได้เจอคนที่ชอบอีกตะหากกกกก
พระเจ้าคนแรก อัสก้าซัง น่า รัก มากกกกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักโคดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ=[]=!!!!!!
แบบว่าตอนแรกจะถ่ายเค้าเดี่ยว แล้วเรฟิลบอกให้ไปถ่ายคู่กะเค้าสิ แบบว่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนส่งเสียงประหลาดออกไป(กร้าก) แอบอาย แต่ดีใจมากๆ อัสก้าซังน่ารักสุดๆ ตอนแรกแค่จับไหล่ พอรูปสอง(รูปนี้) อยู่ๆเค้าก็จัยมือเราสองข้างแล้วโพสต์ท่านี้เลย แบบว่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(สติหลุดไปแล้วตอนนั้น) อัสก้าซังน่ารักมากๆ นิสัยดีมากๆ ชอบโว้ยยยยยยยย
ขอบคุณเรฟิลมากๆเลยนะที่ช่วยขอให้ ขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆๆๆมากๆจริง ดีใจแบบสุดๆเลยล่ะ
เฮียวงะซัง พระเจ้าอีกคน(กร้าก) ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าอายุเท่ากัน เรียนมหาลัยเหมือนกัน เท่มากๆ สุดยอดมากๆ แถมแอบเข้าไปดูอัลบั้มก็ชอบเรื่องเหมือนกันเยอะมากๆๆๆๆๆ คอสแต่เรื่อง/ตัวที่เราชอบทั้งนั้นเลย แอบรสนิยมคล้ายกัน
อันนี้ก็รูปสอง ตอนแรกเค้าก็จับไหล่ แล้วอยู่ๆเค้าก็โอบหัวเรา ตอนนั้นนี่ ในหัวแบบว่า"เฮียวงะลูบหัวกูอยู่=[]=!!!!!!!!!!!!!!!!!!!) แทบจะลงไปกราบกะพื้นแล้ว กร้ากสติแทบหลุดเลย ชอบสุดๆๆๆๆๆๆ
แบบว่าเห็นรูปแล้วรู้สึกตัวเองทำหน้าประหลาดมากๆ
สรุปว่ากุเป็นสโตรคเกอร์นั่นเอง 555
ถ่ายกะเรฟิล ไว้เจอกันอีกทีเดือนสามน้า จุ้บๆ ขอบคุณมากๆจ้า
ใครอยากดูรูปอื่นหลังไมค์ละกันนะ ไม่ค่อยอยากแปะ อืม........มันรูปคนอื่นด้วยน่ะ อันนี้มันมีตัวเองเลยไม่เป็นไร
วันนั้นตอนเย็นก็ไปเดินกะเรฟิลต่อ ระแยกไปซื้อของที่อากิ แล้วก็ไปเจอกันที่หน้าโรงแรมเก่า(กร้าก) นัดกะเพื่อนระ(คนไทยจ้า)ชื่อยุ้ย ไปกินข้าวด้วยกันก่อนกลับ
กลับมาก็เก็บของ(ที่เยอะโคดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด) ลงกระเป๋า แบบว่าแตกลูกออกมาเต็มเลยโว้ย สัมภาระ(โดยเฉพาะมิกกี้ที่ได้มาจากดิสนี่ ตุ๊กตาตัวเบ้อเร่อ) แล้วก็นั่งดูโคดเกียส คอรด้า รถไฟอวกาศ(มันชื่อจริงเรื่องะไรฟระ ไม่รู้ชื่อจริงมัน ของคนเขียนกาแล็กซี่เอ็กเพรสน่ะ) แล้วก็นั่งหลับๆตื่นๆกันสองคน ผลัดกันหลับเพราะกลังตื่นไม่ทันเดี๋ยวไม่ทันรถไฟไปสนามบิน
วันที่30
ไม่ได้นอน ออกจากโรงแรมตอนตีห้ากว่าๆ ไปถึงสถานีชินจุกุก็ไปรอซื้อตั๋วนาริตะเอ็กเพรส อีตอนซื้อเนี่ย จะขึ้นเที่นวหกโมงเจ็ดนาที ไอ้รถไปก็ตรงมากๆ ตั๋ยวก็เปิดขายเฉียดฉิวมากๆ ก็รีบขึ้นรถไฟไป ปรากฏว่าขึ้นผิดตู้ เลยต้อทิ้งกระเป๋าไว้ตู้ที่ขึ้นผิด แล้วพอมันจอดที่สถานีก็รีบวิ่งเปลี่ยนตู้ ไปนั่งตู้ที่ถูก พอถึงสุดทางก็ต้องรีบวิ่งไปเอากระเป๋าจากตู้ที่ขึ้นผิดตอนแรก
ไปถึงสนามบินก็จัดของใหม่เอากระเป๋าโหลด ดีที่น้ำหนักผ่าน(ไม่งั้นไม่ได้กลับบ้านแหง ไม่มีตังค์จ่ายค่าน้ำหนักเกินทั้คู่เลย)
พอขึ้นไปก็หลับโลดเลยล่ะ ตอนตื่นมาระก็เอาขนมให้กิน ได้มาจากพระชินโต(อืม รุ่นเกือบคุณปู่ได้แล้วล่ะ)เห็นบอกว่าเค้าชวนคุยแล้วก็ให้ขนมมา อร่อยดี ขอบคุณมากนะคะ >w< ตอนที่มาถึงสุวรรณภูมิ ก็ขนของลงจากที่เก็บข้างบน โชคดีได้คนญี่ปุ่นที่นั่งข้างหลังเค้าช่วยเอาลงมาให้ ไม่งั้นแย่แหงๆ(เตี้ยทั้งคู่ กร้าก) ขอบคุณมากนะคะ ใจดีมากๆเลย เที่ยวที่กลับมาคนญี่ปุ่นเยอะมากๆเลยล่ะ(เที่ยวไปก็คนญี่ปุ่นเยอะ) แบบว่า โห คนญี่ปุ่นนี่มาเมืองไทยเอยะมากๆเลยนะเนี่ย คนที่นั่งข้างๆเราบนเคร่องบินก็เป็นผู้หญิงญี่ปุ่น มาเที่ยวเมืองไทยคนเดียว(มั้ง) แอบดูเห็นเค้าพกหนังสือนำเที่ยวกับดิก แล้วก็มาคนเดียวน่ะ
พอลงจากเครื่องแทบเป็นลม ตอนอยู่โน่นอากาศประมาณ20 วันที่ฝนตกก็ลงไปถึง10-13น่ะ กลับมาเมืองไทย32 =[]=!!! ลงจากเครื่องสองคยแทบกรี้ด บอก"ร้อนโว้ยยยยย" แล้วพระชินโตคนที่นั่งข้างๆที่ให้ขนมเค้าเดินผ่านมาพอดี ก็บอก"ร้อนเนอะคะ"(เป็นภาษาญี่ปุ่นนะ) เค้าก็ขำใหญ่เลย แล้วก็พูดอะไรซักอย่าง แบบเสียงสำเนียงคนแก่ๆหน่อยน่ะ แอบฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ขอโทษนะคะ = ="
แล้วก็กลับบ้าน
ถึงเมืองไทยแล้ว
แล้ววันรุ่งขึ้นก็ไปเรียน ฮือออออออออออออออออ TTwTT/
โคดเศร้า ปัจจุบันมีเรียนกี่วิชาแม่งสั่งงานครบทุกวิชาเลยทีเดียวเชียว จะตายแหล่ว...
เขียนยาวมากๆเลยแฮะ....อ่านรู้เรื่องกันมั้ยเนี่ย เราเล่าเรื่องไม่ค่อยเก่งด้วยสิ
เอ้อ แปะรูปอีกหน่อย
โปสเตอร์โปรโมทเดธโน้ตภาคสอง 
อันนี้เป็นป้ายตามสถานีรถไฟน่ะ เป็นรูปสองรูปต่อกัน อันทางซ้ายหลับตา(dead) อันทางขวาลืมตา(alive)
อันนี้เป็นหนังอีกเรื่อง พอดีพี่โช(อาราชิ)เล่น เลยถ่ายมาให้น้อง ตอนแรกนึกว่าละครซะอีก มีโฆษณาเต็มเลยล่ะ ทั้งตรงที่สอดตั๋วรถไฟ ในทีวี มีโฆษณาเจลใส่ผมผู้ชายด้วย มีเป็นแบบๆตามตัวละครในเรื่องน่ะ ตลกดี
อัลบั้มใหม่ของเอเซี่ยนกังฟู กร้ากกกกกกก อยากได้มากแต่ตังค์ไม่มี555 ตอนที่ไปครั้งที่แล้วก็โดนช่วงอัลบั้มเค้าออกเหมือนกัน ไปคราวนี้ก็ออก อยากได้ zardก็ออกอัลบั้มครบรอบสิบห้าปี แต่ไม่มีเงิน ฮือออออออ อดเอากลับมาหมดเลย เศร้าจัง
ชอบปกของเอเซี่ยนมากๆ ปกสวยทุกอัลบั้มเลย เจ๋งดีๆ อยากฟังเพลงจังเลยน้า
อันนี้เป็นทำงานซ่อมถนนน่ะ แบบว่า เอ้อ ที่เห็นในการ์ตูนว่ามาทำจ็อบขุดถนนๆ ของจริงมันเป็นแบบนี้เองเว้ย แต่ถ่ายแล้วไม่ค่อยชัด แสงมันไม่พอน่ะ




















พอเห็นรูปตุ๊กตาโซชิกับคาซึกิแล้วอดขำไม่ได้เนอะ กลับมาถ่ายอีกรอบตอนเค้าเปลี่ยนท่าพอดี เค้าก็ยังรู้นะว่าท่าแรกมันส่อเกินไป....
ดีสนีย์ถึงจะไปครั้งที่ 2แล้วดูก็รอบๆก็ยังชอบเหมือนเดิม จะว่าไปรู้งี้น่าขอรถเข็นมาเนอะเรื่องเจ็บขาน่ะ แต่ก็อยู่จนถึงตอนใกล้ปิดได้ดูจนถึงเค้าจุดพลุได้นี่ระว่าคุ้มค่าตั๋วแล้วล่ะ เห็นโฆษณาเดทโน้ตแล้วขำจะถ่ายต้องรีบถ่ายไม่งั้นคนเดินมาแย่เลย นี่สถานีที่ชิบุย่าเนอะ ถ้าอยู่ต่ออีก 4วันคงจะได้ดูเรียลทาม เห็นแล้วอยากไปอีกจัง ว่าแต่รองเท้าที่ซื้อมาได้ใส่อีกหรือเปล่า ของระได้ใส่(แต่ในบ้าน)
อ๊ากกกกกกกกกกกกก คนหล่ออออ
อ๊ากกกกกกกกก ดิสนีย์แลนด์~~~~~~~~ >____<
อ๊ากกกกกกกกกกกกกก อยากไปปปปปปปป เดทโน้ตภาค 2 โอ้ยยยยยยยย
อยากไปญี่ปุ่นนนนนนนนนนนนนน >________________________<
#1 By J@an~♪♫ on 2006-11-08 09:16